ประเพณีลอยกระทง

posted on 27 May 2015 23:50 by pammymotley

1

          วันลอยกระทงของทุกปีจะตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติไทย เดือน 12 นี้เป็นช่วงต้นฤดูหนาว อากาศจึงเย็นสบาย และอยู่ในช่วงฤดูน้ำหลาก มีน้ำขึ้นเต็มฝั่ง ทำให้เห็นสายน้ำอย่างชัดเจน อีกทั้งวันขึ้น 15 ค่ำ เป็นวันที่พระจันทร์เต็มดวง ทำให้สามารถเห็นแม่น้ำที่มีแสงจันทร์ส่องกระทบลงมา เป็นภาพที่ดูงดงามเหมาะแก่การชมเป็นอย่างยิ่ง  

ที่มาของวันลอยกระทง

          เชื่อกันว่าวันประเพณีลอยกระทงในเมืองไทย เริ่มมีตั้งแต่สมัยสุโขทัย ในรัชสมัยพ่อขุนรามคำแหง โดยแต่เดิมนั้นมีพิธีที่เรียกว่า พิธีจองเปรียงชักโคม ที่ลอยเทียนประทีป เพื่อถวายพระมหากษัตริย์ให้ทรงสักการะพระจุฬามณีบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เป็นการบูชาพระพุทธบาท ณ หาดทรายแม่น้ำนัมมทานที แม่น้ำสายหนึ่งในแคว้นทักขิณาบถของประเทศอินเดีย ปัจจุบันเรียกว่า แม่น้ำเนรพุททา

2

         ต่อมานางนพมาศหรือท้าวศรีจุฬาลักษณ์ สนมเอกของพระร่วง ได้ประดิษฐ์ดัดแปลงเป็นรูปกระทงดอกบัวแทนการลอยโคมขึ้นครั้งแรก โดยนำดอกโคทม ซึ่งเป็นดอกบัวที่บานเฉพาะวันเพ็ญเดือนสิบสอง ทำเป็นรูปดอกกระมุดมาใช้ใส่เทียนประทีป ซึ่งก็สวยงามเป็นที่แปลกตากว่าของคนอื่นๆ เมื่อสมเด็จพระร่วงเจ้าเสด็จทอดพระเนตรเห็นก็ทรงชื่นชมพร้อมกับทรงรับสั่งว่า "แต่นี่สืบไปเบื้องหน้า โดยลำดับกษัตริย์ในสยามประเทศ ถึงกาลกำหนดนักขัตฤกษ์วันเพ็ญเดือน 12 ให้ทำโคมลอยเป็นรูปดอกบัวอุทิศสักการบูชาพระพุทธบาทนัมฆทานที ตราบเท่ากัลปาวสาน"  ซึ่งต่อมาภายหลังเปลี่ยนชื่อ เรียกว่า “ลอยกระทงทรงประทีป”

          พระราชพิธีลอยกระทงจึงได้เริ่มขึ้นนับแต่ครั้งนั้น  และในแต่ละปีเมื่อวันสำคัญนี้ได้เวียนมาถึง บรรดาเจ้านายแลข้าราชการฝ่ายราชสํานัก รวมทั้งราษฎรต่างก็พากันตกแต่งและประชันโคมกันเป็นที่สวยงามตามบ้านเรือน วัดวาอาราม และสถานที่สำคัญอย่าง แนวโคมชัยเสาหงส์ บริเวณหน้าพระที่นั่งชัยพิมาน เพื่อพระมหาบรมเกศาธาตุจุฬามณีในชั้นดาวดึงส์ เมื่อถึงเวลากลางคืนก็จัดงานหรสพซึ่งนับเป็นงานรื่นเริงของผู้คนในยุคนั้น

          ครั้นมาถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนจาก "ลอยกระทงทรงประทีป" ภายหลังเป็นประเพณีของหลวงจึงถูกเรียกว่า "ลอยพระประทีป" ต่อมาชาวบ้านเปลี่ยนเรียกเป็น "ลอยกระทงทรงประทีป" แล้วเปลี่ยนเป็นลอยกระทงแทนภายหลัง ซึ่งก็เป็นที่มาจนถึงปัจจุบันโดยตราบมาจนทุกวันนี้

          แน่นอนว่าในปัจจุบันประเพณีลอยกระทง ถือเป็นเทศกาลสำคัญประจำปีที่หลายคนตั้งหน้าตั้งตารอคอย ดึงดูดนักท่องเทียวทั้งไทยและไกลถึงต่างชาติอย่างมาก และในแต่ละท้องที่ก็มีเอกลักษณ์ในการจัดงานที่เป็นเสน่ห์เฉพาะตัว ยิ่งจังหวัดที่มีการสืบสานประเพณีที่ยิ่งใหญ่เด่นกว่าแห่งอื่น ด้วยแล้วยิ่งเพิ่มความเย้ายวนเชิญชวนให้ไปเทียวมากยิ่งขึ้น

          ทว่าประเพณีลอยกระทง ก็ใช่ว่าจะมีแต่เพียงบ้านเราเท่านั้น เขมร จีน ลาว พม่าต่างก็มีเช่นกัน เพียงแต่รูปแบบ รายละเอียด พิธีกรรม รวมทั้งความเชื่อต่างๆ ก็อาจมีแตกต่างกันบ้าง แม้แต่ในเมืองไทยเราเองความเชื่อในการลอยกระทงก็หลากหลายที่มาเช่นกัน  

หลากตำนานวันลอยกระทง            ตำนานที่หลายคนคุ้นเคยมากที่สุดก็คือ การลอยกระทงเพื่อขอบคุณพระแม่คงคา ที่ได้ให้น้ำกินน้ำใช้ รวมทั้งขอขมาที่ได้ทิ้งเศษสิ่งปฏิกูลต่างๆ ลงแม่น้ำ ส่วนตามคติพราหมณนั้นเชื่อว่า เพื่อบูชาแม่น้ำคงคาอันศักดิ์สิทธิ์ของ อินเดีย และลอยเพื่อบูชา พระนารายณ์ ซึ่งบรรทมสินธุ์อยู่กลางเกษียรสมุทร หรือเชื่อกันว่า เป็นการลอยกระทง เพื่อบูชาพระอุปคุตตะเถระ ซึ่งบำเพ็ญเพียรบริกรรมคาถาอยู่ในท้องทะเลลึกหรือสะดือทะเล  ซึ่งในตำนานของชาวไทยในภาคเหนือมีความเชื่อว่า พระอุปคุตทรงสามารถปราบพญามารได้

           หากเป็นตำนานทางพุทธศาสนา ก็กล่าวกันว่า เพื่อบูชาพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้า เมื่อคราวเสด็จไปแสดงธรรมโปรดในนาคพิภพ ที่พระพุทธเจ้าทรงได้ประทับรอยพระบาทไว้หาดทรายแม่น้ำนัมมทานที ในประเทศอินเดีย บ้างก็เพื่อเฉลิมฉลองรับเสด็จพระพุทธเจ้า ในวันเสด็จกลับจากเทวโลก เมื่อครั้งเสด็จไปจำพรรษาอยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพื่อแสดงอภิธรรมโปรดพุทธมารดา หรืออีกตำนาน ก็กล่าวว่าเพื่อไปบูชา ซึ่งเป็นที่พระอินทร์นำผอบแก้วมาบรรจุพระเกศาของพระพุทธเจ้าเมื่อครั้งที่ พระพุทธเจ้าเสด็จออกบรรพชาที่ริมฝั่งแม่น้ำอโนมา นำไปประดิษฐานไว้ในจุฬามณีเจดีย์บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

        หรือแต่ละแห่งก็อาจจะทำเพื่อบูชาเทพเจ้าตามความเชื่อของท้องถิ่นตน หรือระลึกถึงบรรพบุรุษที่ล่วงลับ รวมทั้งเพื่อสะเดาะเคราะห์ให้หมดทุกข์หมดโศก และไม่น้อยเลยที่ถือโอกาสลอยกระทงนี้ ยกกระทงขึ้นอธิษฐานขอพรตามที่ตนปรารถนาก่อนปล่อยกระทงลอยลงแม่น้ำไป  

เสน่ห์การจัดงานของแต่ละจังหวัด/ภาค

          ภาคเหนือ จะเรียกประเพณีลอยกระทงว่า "ยี่เป็ง" อันหมายถึงการทำบุญในวันเพ็ญเดือนยี่  (เดือนยี่ถ้านับตามล้านนาจะตรงกับเดือนสิบสองในแบบไทย) โดยชาวเหนือจะนิยมประดิษฐ์โคมลอย หรือที่เรียกว่า "ว่าวฮม" หรือ "ว่าวควัน" โดยการใช้ผ้าบางๆ แล้วสุมควันข้างใต้ ให้โคมลอยขึ้นไปในอากาศ เพื่อเป็นการบูชาพระอุปคุตต์ ซึ่งเชื่อกันว่าท่านบำเพ็ญบริกรรมคาถาอยู่ในท้องทะเลลึก หรือสะดือทะเล ตรงกับคติของชาวพม่า

4

          นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงโคมยี่เป็ง โคมล้านนา และโคมไฟหลากสีสัน ในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่, การจัดซุ้มประตูป่า ตามวัดและชุมชนต่าง ๆ, การประกวดหนูน้อยยี่เป็ง และการประกวดเทพี-เทพบุตรยี่เป็ง บริเวณข่วงประตูท่าแพ, การประกวดและจัดแสดงกระทงลอยน้ำ รอบคูเมืองเชียงใหม่, การประกวดกระทงฝีมือ (ใบตอง-ดอกไม้สด) ณ เทศบาลนครเชียงใหม่, การแสดงพลุเฉลิมพระเกียรติ แพกลางน้ำ หน้าเทศบาลนครเชียงใหม่ ตั้งแต่เวลา 20.00 - 24.00 น., การปล่อยกระทงสายสืบสานล้านนา ณ ลำน้ำปิง หน้าเทศบาลนครเชียงใหม่ ตั้งแต่เวลา 19.00 - 21.00 น. เป็นต้น

          ประเพณีลอยกระทงสายไหลประทีป จังหวัดตาก บริเวณริมสายธาร ลานกระทงสาย เชิงสะพานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี  หรือ ประเพณีล่องสะเปาจาวเวียงละกอน ณ เขื่อนยาง ริมแม่น้ำวัง อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง

4

          งานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ ณ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย  ลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟ ที่จังหวัดสุโขทัยถูกฟื้นฟูกลับมาอีกครั้งหนึ่งในปี พ.ศ.2520 ซึ่งจำลองบรรยากาศงานมาจากงานลอยกระทงสมัยกรุงสุโขทัย และหลังจากนั้นก็มีการจัดงานลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟขึ้นที่จังหวัดสุโขทัยทุก ๆ ปี มีทั้งการจัดขบวนแห่โคมชักโคมแขวน การเล่นพลุตะไล และไฟพะเนียง

5

          ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ งานลอยกระทงจะเรียกว่า เทศกาลไหลเรือไฟ โดยจัดเป็นประเพณียิ่งใหญ่ทุกปีในจังหวัดนครพนม มีการนำหยวกกล้วย หรือวัสดุต่าง ๆ มาตกแต่งเรือ และประดับไฟอย่างสวยงาม และตอนกลางคืนจะมีการจุดไฟปล่อยกระทงให้ไหลไปตามลำน้ำโขง  หรือจะเป็น งานประเพณีลอยกระทงบึงสีฐาน ณ บริเวณบึงสีฐาน มหาวิทยาลัยขอนแก่น อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น โดยภายในงานชมการประกวดขบวนแห่กระทง การประกวดนางนพมาศ และการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน

9

          นอกจากนี้ยังมี งานประเพณีสมมาน้ำคืนเพ็งเส็งประทีป จังหวัดร้อยเอ็ด ณ บริเวณบึงพลาญชัย และสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด โดยภายในงานจะมีการประกวดขบวนแห่กระทงประทีปใหญ่ การประกวดกระทงอนุรักษ์ การประกวดธิดาสาเกตนคร และการแสดงแสง สี เสียงตำนานเมืองร้อยเอ็ด

10

          ภาคใต้ งานประเพณีลอยกระทงธารา บูชาท่านในเขื่อน ณ บริเวณท่าน้ำวัดขัน ตำบลอ่างทอง อำเภออ่างทอง จังหวัดพัทลุง โดยมีกิจกรรมภายในงาน เช่น การประกวดนางนพมาศ, การประกวดกระทง แต่ละประเภท, การประกวดเลดี้บอย (สาวประเภท 2), การประกวดร้องเพลงพร้อมแดนเซอร์, การแสดงของนักเรียน, การแสดงของหมู่บ้าน, การแสดงสินค้าและจำหน่ายสินค้า OTOP และนาวาพาโชค

7

           งานสีสันแห่งสายน้ำสืบสานประเพณี  เทศบาลนครหาดใหญ่ ร่วมอนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมประเพณีไทย โดยการจัดงานสีสันแห่งสายน้ำสืบสานประเพณีลอยกระทง  ณ บริเวณบึงศรีภูวนารถ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยภายในงานมีการประกวดหนูน้อยนพมาศ หนูน้อยนครหาดใหญ่ และนางนพมาศ ประจำปี 2556

          ภาคกลาง ประเพณีงานลอยกระทงกาบกล้วยเมืองแม่กลอง ณ บริเวณวัดภุมรินทร์กุฎีทอง และบริเวณอุทยาน ร.2  อุทยาน อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ประเพณีลอยกระทางกาบกล้วยเมืองแม่ กลอง เป็นประเพณีดั้งเดิมของชาวจังหวัดสมุทรสงคราม ที่เกิดจากภูมิปัญหาท้องถิ่นในการประดิษฐ์กระทงกาบกล้วย

6

          สีสันแห่งสายน้ำ มหกรรมลอยกระทง กรุงเทพมหานคร และงานภูเขาทอง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร จัดงาน "สีสันแห่งสายน้ำ มหกรรมลอยกระทง กรุงเทพมหานคร 2556" ระหว่างวันที่ 15-17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556 ณ เอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์ และบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่สะพานพระพุทธยอดฟ้าถึงสะพานกรุงธน

          โดยภายในงานจะมีการจัดแสดงเรือประดับไฟฟ้าจำนวน 10 ลำ ในแม่น้ำเจ้าพระยา, การจัดกิจกรรมการแสดงพลุประกอบ, การจัดการแสดงทางวัฒนธรรม และการจัดแสดงนิทรรศการประเพณีลอยกระทงและการสาธิตการทำกระทงในรูปแบบต่าง ๆ ของแต่ละภูมิภาค เพื่อให้นักท่องเที่ยวเที่ยวมีส่วนร่วมเกิดการเรียนรู้และสร้างประสบการณ์ที่ประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยว เป็นต้น

8 

 

 

Comment

Comment:

Tweet