ขอบคุณข้อมูลภายใต้ความร่วมมือของบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) และ วิชาการ.คอม โดย วารสาร สานสุข สานความสุขสู่สังคม  http://www.pttplc.com/TH/Default.aspx  


           บางครั้ง การพัฒนาที่ยั่งยืนที่สุด ก็อาจไม่ได้เกิดจากเม็ดเงินจำนวนมหาศาล หรือเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย แต่เริ่มจากจิตสำนึกของคนเล็กๆ ที่ก้าวเดินไปบนวิถีทางที่เชื่อมั่น ด้วยพลังใจที่ไม่มีที่สิ้นสุด

3 (3)

           เช่นที่ ต.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ ท่ามกลางอากาศที่แล้งร้อน และการขาดแคลนทรัพยากร มีคนกลุ่มหนึ่งที่ลุกขึ้นมาปรับเปลี่ยนชีวิตของตน ด้วยการพึ่งพาอาศัยธรรมชาติ และก้าวเดินบนวิถีแห่งความพอเพียง            พ่อสุภาพ จรแก้ว เป็นคนหนึ่งที่ลุกขึ้นมาพลิกชีวิตของตนจากที่เคยเป็นหนี้เพราะพึ่งพาปัจจัยการดำรงชีวิตจากภายนอก ก็หันมาทำเกษตรแบบพึ่งพาตนเองจนเกิดรูปธรรมแบบชัดเจน กระทั่งทางตำบลได้เข้าร่วมในโครงการรักษ์ป่าสร้างคน ๘๔ ตำบล วิถีพอเพียงของ ปตท. เมื่อปี 2552 พ่อสุภาพจึงได้รับเลือกให้เป็นบุคคลต้นแบบด้านวิถีพอเพียงในปี 2553            นั่นเองคือจุดเริ่มต้นของวิถีพลังงานทางเลือกในตำบล พ่อสุภาพได้ไปศึกษาดูงานพลังงานทางเลือกจากที่ต่างๆ โดยได้ชักชวนพ่อถนอม หลวงนันท์ ไปด้วย และเทคโนโลยีที่พ่อสุภาพสนใจเป็นพิเศษคือ กังหันลมสูบน้ำ l_129946380084           “แต่ก่อนผมใช้เครื่องสูบน้ำ มันเปลืองน้ำมันครับ ไปเห็นกังหันจึงอยากได้” พ่อสุภาพว่าพลางยิ้มเขิน            พ่อสุภาพและแกนนำชุมชนจึงได้หารือกับเจ้าหน้าที่โครงการฯ จนเกิดการสนับสนุนติดตั้งกังหันลมสูบน้ำแบบหลายใบขึ้น 2 จุด เมื่อปี พ.ศ. 2554 จุดแรกคือที่โรงเรียนบ้านหนองโจดได้ทีมช่างจากจังหวัดนครพนม ที่เป็นเครือข่ายของโครงการฯ มาดำเนินการติดตั้ง ซึ่งครั้งนั้นพ่อถนอมได้ไปสังเกตการณ์เป็นผู้ช่วย ด้วยทักษะด้านช่างที่มีเป็นทุนเดิม ทำให้พ่อถนอมรับเป็นช่างใหญ่ในการติดตั้งกังหันที่สวนของพ่อสุภาพในปีเดียวกัน ซึ่งใช้การได้เป็นอย่างดี            หลักการทำงานของกังหันลมแบบหลายใบ จะใช้พลังงานลมมาหมุนตัวใบกังหัน ซึ่งใบกังหันจะเชื่อมติดกับข้อเหวี่ยง เหวี่ยงให้ก้านสูบสูบน้ำขึ้นจากบ่อบาดาลหรือจากแหล่งน้ำ นำมาใช้ในการเกษตรหรือพักเก็บไว้ใช้งานตามต้องการ            น่าเสียดาย ที่กังหันต้นแบบทั้ง 2 จุดมีอายุการใช้งานที่ไม่ยืนยาวนัก แม้จะกินลมดี แต่เมื่อต้องลมแรงอย่างต่อเนื่อง ในที่สุดก็ชำรุดเสียหาย จึงนำมาสู่การพัฒนากังหันตัวที่ 3 ของตำบล ที่จุดเรียนรู้ด้านพลังงานชุมชนของพ่อถนอม โดยได้รับการสนับสนุนจาก ปตท. เมื่อปี พ.ศ. 2555 แต่ด้วยลักษณะของแหล่งน้ำบาดาลที่บ้านของพ่อถนอมนั้น ลึกกว่า 50 เมตร ทำให้กังหันยังทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพตามที่ตั้งใจ            อย่างไรก็ตาม สำหรับบางคนเมื่อพบอุปสรรคก็อาจถอดใจและพับความตั้งใจเก็บใส่กระเป๋า แต่ไม่ใช่ สำหรับกลุ่มพลังงานที่หนองบัวระเหว พ่อถนอมยังคงยิ้มแจ่มใส พร้อมกับคุยให้เราฟังถึงแผนการพัฒนากังหันให้ใช้งานได้ดีขึ้นเช่นเดียวกับพ่อสุภาพ ที่มีแผนจะทำกังหันตัวที่ 2 ที่สวนอีกครั้ง เพราะติดใจจากตัวเก่า ที่ใช้สูบน้ำแทนปั๊มโดยไม่ต้องอาศัยน้ำมันแม้เพียงหยด            และเช่นเดียวกับรูปธรรมพลังงานทางเลือกอื่นๆ ที่เกิดขึ้นในตำบล เช่น เตาเผาถ่าน 200 ลิตร และเตาซุปเปอร์อั้งโล่ ที่มีการรวมกลุ่มกันใช้และเผยแพร่สู่ผู้ที่สนใจภายนอก ภาพเหล่านี้คือประจักษ์พยานที่แจ้งชัด ถึงก้าวย่างที่ยั่งยืนของชาวหนองบัวระเหว แม้วันนี้จะมีอุปสรรค แต่ถึงที่สุดแล้ว จิตสำนึกที่แข็งแกร่งจะนำพาพวกเขาก้าวไปถึงความสำเร็จดังที่ตั้งใจ            “นี่คือแนวทางด้านเกษตรกรรมที่ยั่งยืน พลังงานทางเลือกไม่มีวันหมดไปจากโลก ถ้าเห็นคุณค่าของสิ่งเหล่านี้เราก็ทำไปเรื่อยๆ มันก็ประหยัดไปเรื่อยๆ” พ่อถนอมกล่าว            “นี่คือสิ่งที่เราทำ นี่คือชีวิตที่เราสร้าง” พ่อสุภาพตบท้ายก่อนจะหันมายิ้มให้กล้องของเรา ชาว’ระเหวชวนสร้างกังหันลมสูบน้ำ

3 (15)

1.  เริ่มที่ใบพัด            ชวนพี่น้องและเพื่อนบ้านมาตัดเหล็กกล่องยาว 1.8 เมตร 5 เส้น และยาว 50, 40, 30 ซม. อีกอย่างละ 5 เส้น จากนั้นตัดสังกะสีแผ่นเรียบอี 5 แผ่น ให้แต่ละแผ่นยาว 1.5 เมตร ส่วนด้านกว้างตัดเฉียงให้ด้านหนึ่งกว้าง 50 ซม. อีกด้าน 30 ซม. เสร็จแล้วก็เชื่อมสังกะสีกับเหล็กกล่องเข้าด้วยกันและอย่าลืมติดซีลายเพื่อเป็นจุดถ่วงให้ใบพัดมีความสมดุล เท่านี้เราก็ได้ใบพัดกังหันลมแล้ว

3 (16)

2.  ทำปั๊มชักแบบง่ายๆ            เสร็จจากใบพัดก็มาทำปั๊มชักกัน โดยตัดท่อพีวีซีเพื่อทำกระบอกสูบ ให้ยาวน้อยกว่าระยะจากแหล่งน้ำถึงแกนกังหันลมประมาณ 60 ซม. จากนั้นตัดท่อพีวีซีทำก้านลูกสูบให้ยาวเท่ากับระยะจากแหล่งน้ำถึงแกนกังหันลมตรงหัวก้านสูบนั้นให้ต่อข้อต่อตรงเกลียวนอกให้สวมสายพานโรงสี หรือยาวนอกรถยนต์ ที่ตัดเป็นวงแหวน 2 ชิ้น วงในให้มีขนาดเท่ากับเส้นผ่าศูนย์กลางก้านชัก ส่วนวงนอกให้มีขนาดเท่ากับเส้นผ่าศูนย์กลางกระบอกสูบ เสร็จแล้วปิดด้วยฝาปิดเกลียวในขนาดเท่ากับข้อต่อเกลียวนอกประกอบก้านลูกสูบเข้ากับกระบอกสูบ ให้ก้านลูกสูบฝืดเล็กน้อย ถ้าหลวมให้เปลี่ยนแผ่นยางวงแหวนให้ใหญ่ขึ้น

3 (17)

3.  ช่วยกันต่อโครงกังหันา            กังหันอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีโครง ว่าแล้วเราก็ทำโครงให้กังหันกันดีกว่า เริ่มจากใช้เหล็กกล่องขนาด 1×2 นิ้ว หนา 1/8 นิ้ว มาเชื่อมเป็นโครง 5 เหลี่ยมเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 เมตร สำหรับยึดใบกังหันเสร็จแล้วก็ละไปตั้งโครงเสากังหัน 2 ต้น ความสูง 5 เมตร ตั้งห่างกัน 1 เมตร สำคัญคือยึดเสาให้แข็งแรง แล้วนำลูกปืนตุ๊กตาติดที่เสาทั้ง 2 ต้น เพื่อเป็นตัวยึดแกนเพลากังหัน

3 (18)

4.  รวมร่างกันเป็นกังหันลม            ส่วนประกอบเสร็จสรรพ เหลือแค่นำมาประกอบรวมกัน เริ่มจากนำแกนเพลากังหันประกอบกับเสา 2 ต้น นำใบพัดประกอบเข้ากับแกนเพลา ยึดด้วยน็อตให้แน่น จากนั้นนำปั๊มชักมาต่อกับแกนกังหันและแหล่งน้ำและต่อท่อจากปั๊มชักไปยังพื้นที่ที่จะใช้หรือเก็บน้ำเท่านี้กังหันลมก็เสร็จเรียบร้อย รอแค่ลมพัดมาเท่านั้น

           ในยุคแห่งภาวะโลกร้อนเช่นนี้   เมื่อพูดถึงสาร CFC  หรือ Chlorofluorocarbon  หลายคนคงคุ้นเคยและรู้จักกันดี   สารนี้ถูกค้นพบเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ 1928  โดย Thomas Migley Jr.  และถูกนำมาใช้เป็นส่วนประกอบสำคัญในวงการอุตสาหกรรมเคมี  เช่น  ตู้เย็น  เครื่องปรับอากาศ  โฟม  หรือในผลิตภัณฑ์สเปรย์  ในอดีตนั้นเรายังไม่ทราบว่าสารนี้ก่อให้เกิดมหันตภัยต่อโลกของเราอย่างไร  จนกระทั่ง ศาสตราจารย์ เอฟ เชอร์วูด โรว์แลนด์ (F.Sherwood Rowland)  ได้ค้นพบว่าสาร CFC นี้เป็นสารที่ทำลายชั้นโอโซน  ชั้นแห่งเกราะกำบังของโลก

05 F.Sherwood Rowland

         เชอร์วูด โรว์แลนด์  เกิดเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน ค.ศ.1927 ณ เมือง Delaware ประเทศสหรัฐอเมริกา จบการศึกษาระดับปริญญาเอกสาขาเคมีนิวเคลียร์จากมหาวิทยาลัยชิคาโก

        เมื่อปี ค.ศ. 1970  James Lovelock  ได้รายงานการค้นพบสาร CFC บนชั้นบรรยากาศเป็นครั้งแรก  โรว์แลนด์จึงคิดที่จะใช้ CFC เป็นตัวบอกทิศทางความเร็วในการไหลของกระแสลมในบรรยากาศ  เนื่องจากเป็นสารที่เสถียร  แต่แล้วโรว์แลนด์ก็เกิดความสงสัยว่า  บนชั้นบรรยากาศโลกย่อมได้รับแสงอาทิตย์อยู่ตลอดเวลา  ซึ่งนั่นอาจทำให้เกิดการแตกตัวของสาร C